ฟิลเลอร์ สังเคราะห์ VS ฟิลเลอร์ จากร่างกายตัวเอง แตกต่างกันอย่างไร ?

ฟิลเลอร์สังเคราะห์ VS ฟิลเลอร์จากร่างกายตัวเอง แตกต่างกันอย่างไร

ฟิลเลอร์ ที่ปลอดภัย คือ สารเติมเต็มที่ร่างกาย สามารถดูดซึมได้ โดยจะมีอายุของฟิลเลอร์แตกต่างกันไปตามชนิดของ ฟิลเลอร์ ที่ปลอดภัย ร่างกายจะสามารถดูดซึม ฟิลเลอร์ กลุ่มนี้ได้ โดยที่ไม่ทิ้งสารตกค้างให้กับร่างกาย 

ฟิลเลอร์ ที่ร่างกายดูดซึมได้ก็แบ่งเป็น ฟิลเลอร์ สังเคราะห์ และ ฟิลเลอร์ ที่มาจากร่างกายคนไข้เอง โดยจะมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย เวลาที่จะเลือกเติม ฟิลเลอร์ ก็สามารถเลือกในแบบที่เหมาะสมกับเรา จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เราว่าดูกันดีกว่าว่า ฟิลเลอร์ สังเคราะห์ VS ฟิลเลอร์ จากร่างกายตัวเอง แตกต่างกันอย่างไร ?

ฟิลเลอร์ สังเคราะห์

ฟิลเลอร์สารสังเคราะห์

ฟิลเลอร์ ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน คือ ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA กรดไฮยาลูรอนิก สารชนิดนี้จะสามารถจับตัวกับน้ำและพองขึ้นเป็นเจล ที่มีคุณสมบัติส่งผลให้ผิวหนังเต่งตึงขึ้น โดยจะมีอายุประมาณ 6-12 เดือน

ปัจจุบัน ฟิลเลอร์ กลุ่มนี้ ยังเป็น ฟิลเลอร์ ชนิดเดียวที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยรับรองให้ใช้ได้อย่างปลอดภัย เป็นที่ยอมรับของแพทย์ในการใช้ ฟิลเลอร์ เพื่อการรักษาและปรับรูปหน้า

และฟิลเลอร์สังเคราะห์อีก 2 ชนิดที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม คือ

แคลเซียมฟิลเลอร์ สารชนิดมาจากแคลเซียม ไฮดรอกซีอะพาไทท์ (Calcium Hydroxyapatite หรือ CaHA) ฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถฃฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาบนใบหน้าและมือได้ เนื่องจากอนุภาคของ CaHA จะเข้าไประงับปัญหาริ้วรอย โดยเปลี่ยนสภาพเป็นเหมือนเนื้อเจลชั่วคราว ผลอยู่ได้นาน 18 เดือน

กรดโพลี แอล แลคติก (Poly L lactic acid หรือ PLLA) คือ สารอุ้มน้ำที่มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อในร่างกายและสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ PLLA เป็นฟิลเลอร์ที่ได้ผลนานที่สุดในประเภทของฟิลเลอร์ที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ ให้ผลลัพธ์ยาวนานถึง 2 ปี

ฟิลเลอร์จากร่างกายของคนไข้เอง

การฉีดฟิลเลอร์ชนิดนี้มักใช้ไขมันในร่างกายของคนไข้เองมาฉีดเพื่อเติมเต็ม อาจจะนำมาจากบริเวณต้นขา สะโพก หรือหน้าท้อง และจะมีกระบวนการ 2 ขั้นตอน คือการนำไขมันออกมา(ดูดไขมัน) และฉีดไขมันเข้าไปยังส่วนที่ต้องการรักษา

สามารถทำได้ในคราวเดียวกัน เพียงแต่ขั้นตอนการกลั่นไขมันที่จะทำในห้องปฏิบัติการ อาจต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายสูง

ซึ่งผลลัพธ์ของการใช้ ฟิลเลอร์ จากไขมันตัวเองนั้นจะเป็นแบบกึ่งถาวร อาจต้องมีการฉีดหลายครั้งในช่วงแรก เนื่องจาการฉีดไขมันนั้น เป็นการปลูกถ่ายที่ย้ายไขมันจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดของร่างกาย

อัตราการติดของไขมันนั้นจึงไม่ 100% และไขมันนั้นก็สามารถสลายไปได้ หากได้รับการดูแลหลังฉีดไขมันที่ไม่ถูกวิธี

นอกจากไขมันแล้ว เลือดของตัวผู้เข้ารับการรักษาเองก็ใช้ได้เช่นกัน โดยจะใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นจากแขนแล้วฉีดกลับเข้าไปยังใบหน้าส่วนที่ต้องการรักษา ให้คุณสมบัติคืนความอ่อนเยาว์แก่ผิว และ ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิว

ซึ่งการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP Platelet rich plasma) นี้จะให้ผลลัพธ์ยาวนาน 12-18 เดือน

สรุป

ฟิลเลอร์ คือสารเติมเต็มที่เราใช้เติมในจุดที่บกพร่อง และต้องการเติมเต็ม สามารถใช้ ฟิลเลอร์ ในการรักษาริ้วรอยหรือกระตุ้นคอลลาเจนได้ด้วย ฟิลเลอร์ ที่ปลอดภัยจะต้องสามารถถูกดูดซึมได้โดยกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย สามารถเป็นได้ทั้ง ฟิลเลอร์ สังเคราะห์และ ฟิลเลอร์ จากร่างกายตัวเอง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของปัญหาที่จะแก้ไข

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *