ฉีดฟิลเลอร์คืออะไร

ฉีดฟิลเลอร์คืออะไร

ฉีดฟิลเลอร์คืออะไร

สำหรับคนที่สนใจการฉีดฟิลเลอร์ บทความนี้หมอขนมจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับฟิลเลอร์อย่างละเอียดกันค่ะ

ต้องบอกก่อนว่าบทความจะค่อนข้างยาวมาก เนื่องจากหมอต้องการให้ข้อมูลด้านฟิลเลอร์ให้มากที่สุด ให้เป็นบทความที่เกี่ยวข้องกับฟิลเลอร์ ที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่านก่อนได้เลยหรือจะค่อยๆเลื่อนลงไปอ่านก็ได้ค่ะ

ฟิลเลอร์คืออะไร

สารที่เราเรียกกันว่าฟิลเลอร์ ความหมายโดยรวมจะหมายถึงสารเติมเต็ม มาจากคำว่า Fill ที่แปลว่าเติมเต็ม ในภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงเรียกกลุ่มสารที่สามารถมีคุณสมบัติในการเติมเต็มได้ ว่า ฟิลเลอร์ ทั้งหมด

ประวัติศาสตร์ของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ คือ

       จุดเริ่มต้นของการฉีดฟิลเลอร์ ต้องเริ่มตั้งแต่การผลิตไซริงค์ (Syringe) หรือกระบอกฉีดยา ในปี 1800 คุณหมอชาวฝรั่งเศษและชาวสก็อต ชื่อ Charles Pravaz และ Alexander Wood เพื่อนำมารักษาโรคเส้นเลือดโป่งพองนำมาฉีดมอร์ฟีน สำหรับลดการเจ็บปวด หลังจากนั้นเอง จึงมีการนำสารต่างๆมาใส่ไซริงค์เพื่อทำการฉีดเติมเต็มบริเวณต่างๆ

ฟิลเลอร์เเท้

Baron Karl Ludwig von Reichenbach

     โดย ฟิลเลอร์ชนิดแรกของโลกคือ พาราฟิน ค่ะ สำหรับพาราฟินถูกคิดค้นขึ้นโดยนักเคมีชาวเยอรมันชื่อ Baron Karl Ludwig von Reichenbach

     หลังจากนั้นก็มี การนำพาราฟินมาใช้ประโยชน์มากมายรวมถึงด้านการแพทย์ โดยการใช้พาราฟินเพื่อความสวยงาม ครั้งแรกคือเป็นการใช้เพื่อสร้าง ลูกอัณฑะเทียม หลังจากนั้นก็มีการใช้เพื่อความสวยงามต่างๆมากมาย และนำมาใช้เพื่อการเสริมจมูกครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1901 และมีการใช้ต่อเนื่องเรื่อยมา แต่หลังจากมีการใช้มากขึ้นก็เริ่มพบปัญหาของการใช้ พาราฟิน คือ มีการอุดตันเส้นเลือด มีการเคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง มีการอักเสบเกิดขึ้นมากมาย

       ผู้ป่วยบางรายพบว่าอาจมีการกลายเป็นเนื้อร้าย จึงได้มีการประกาศหยุดใช้ พาราฟินเพื่อเติมเต็มความสวยงาม ในเวลาต่อมาปี ค.ศ.1960 มีการพัฒนาของของ ซิลิโคนเหลวเพื่อนำมาใช้ในการฉีดเติมเต็มเป็นฟิลเลอร์ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ซิลิโคนเหลว ก็พบมากเช่นกัน ทาง FDA หรือ องค์การอาหารและยา ของประเทศสหรัฐอเมริกาจึงสั่งห้าม ในการใช้ ทั้งซิลิโคนเหลวและพาราฟินในการใช้เป็นสารเติมเต็ม อย่างเด็ดขาด

ฟิลเลอร์ ผ่าน อย.ไทย
    ในปี ค.ศ.1981 องค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา ได้อนุมัติให้มีการใช้ คอลลาเจนจากวัว เป็นสารชนิดแรกเพื่อใช้ในการเติมเต็มเพื่อความสวยงามได้ แต่ยังเจอปัญหา การแพ้คอลลาเจน เพราะไม่ใช่สารที่เหมือนกับร่างกายมนุษย์ทีเดียว แต่จากตรงนี้เองได้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่มีการพัฒนาฟิลเลอร์ หรือ สารเติมเต็ม เพื่อให้ได้รับการรับรองจาก FDA เรื่อยมา
ฟิลเลอร์ร่องเเก้ม
    การพัฒนาฟิลเลอร์ดำเนินมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน จนในที่สุด ปี ค.ศ.2013 องค์การอาหารและยาของสหรัฐได้มีการรับรองสารเติมเต็มที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดในปัจจุบันนี้คือ ไฮยารูลอนิกแอซิด (Hyaluronic acid) หรือ HA filler ที่เรารู้จักกัน
ซึ่งโครงสร้างโมเลกุลของไฮยารูลอนิกแอซิดนี้ เป็นสารประกอบเดียวกับคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและโปรตีนที่อยู่นอกเซลล์เรา  แต่ผลข้างเคียงเล็กๆน้อยๆก็ยังพบเจอได้ เช่น การบวม การอักเสบแดง ติดเชื้อ อาการแพ้ หรือแม้แต่เกิดปัญหาเมื่อเข้าสู่เส้นเลือด แต่ก็ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่ต่ำมากๆ ทำให้ปัจจุบันฟิลเลอร์ที่ ประเทศไทยเราใช้กัน ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาในไทย ก็คือ HA filler นี้เอง
** แต่ก็ยังพบว่าในประเทศไทย มีการลักลอบใช้ฟิลเลอร์ปลอม ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่สารกลุ่มไฮยารูลอนิกแอซิด (HA filler) มาฉีดให้คนไข้ ในราคาถูกซึ่งทำให้เกิดปัญหาตามมามากมายในปัจจุบัน

ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็ม ที่นำมาใช้ในการแก้ไขส่วนที่บกพร่อง ตำแหน่งต่างๆทั้งบนใบหน้า เช่น ร่องใต้ตาลึก(ร่องน้ำตา) ร่องแก้มลึก คางสั้น ขมับตอบ แก้มตอบ และตำแหน่งอื่นๆในร่างกาย เช่น คอ หลังมือ หลังเท้า บริเวณอวัยวะเพศ เป็นต้น โดยฟิลเลอร์ที่สื่อความหมายกันในปัจจุบันประเทศไทย คือ ไฮยารูโลนิคแอซิด ฟิลเลอร์เพียงชนิดเดียวเท่านั้น สารชนิดอื่นที่ไม่ใช่ ไฮยารูรอนิคแอซิด จะไม่นับรวมว่าเป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองที่ถูกต้อง หรือหากจะเรียกสารเติมเต็มกลุ่มอื่น ว่า ฟิลเลอร์ ก็จะถูกนิยามว่าเป็นฟิลเลอร์ปลอม เช่น พาราฟิน ไบโอ ออยล์ ซิลิโคนเหลว

ฟิลเลอร์แบบไหนที่ปลอดภัย

       ฟิลเลอร์ชนิดที่ปลอดภัยในปัจจุบันตามที่ องค์การอาหารและยารับรองมีเพียงชนิดเดียวคือ Hyaluronic acid filler (HA filler) โดยฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองในแต่ละประเทศจะมีหลากหลายยี่ห้อต่างกันไป
       นอกจาก HA filler แล้วยังมีสารอีกชนิดที่จัดว่าอยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์ นั่นก็คือ ไขมัน หรือ บางคนเรียกว่า FAT filler ค่ะ โดยปัจจุบันมีการนิยมเอาไขมันส่วนเกินของร่างกายตัวเราเอง จากบริเวณที่เราไม่ต้องการ มาเติมเต็มในจุดที่บกพร่อง แต่การเติมไขมันก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างจาก HA filler
ไขมันฉีดเเทน ฟิลเลอร์

กดอ่านเพิ่มเติมความแตกต่างระหว่าง ไขมันและ แฟตฟิลเลอร์

อ่านเพิ่มเติม

การฉีดฟิลเลอร์แก้ไขปัญหาตรงไหนได้บ้าง

การฉีดฟิลเลอร์สามารถแก้ไขปัญหา การขาดปริมาตรได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย เริ่มตั้งแต่หน้าผาก สำหรับคนที่หน้าผากดูแบนไม่ได้รูป กระดูกยุบลงจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากสามารถแก้ไขหน้าผากให้นูนและ เปลี่ยนมิติหน้าผากเพื่อเสริมสร้างโหงวเฮ้งที่ดี แต่การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการฉีดฟิลเลอร์สูงมาก เนื่องจากเป็นจุดที่มีการเชื่อมกันของเส้นเลือดเข้าสู่แขนงขอจอประสาทตา ดังนั้นถ้าเกิดการผิดพลาด

ฟิลเลอร์ราคาถูกที่สุด

จากการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากก็อาจจะส่งผลต่อการมองเห็นของดวงตาได้
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หรือร่องน้ำตา

สำหรับคนที่ใต้ตาลึกและคล้ำ จะช่วยให้ใต้ตาดูสดชื่น รอบดวงตาดูสดใส หรือการฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูกเพื่อปรับเพิ่มสันจมูกให้ดูสูงขึ้น และเติมปลายจมูกให้เป็นหยดน้ำ การฉีดฟิลเลอร์เติมร่องแก้มให้ตื้นขึ้นเพื่อให้ใบหน้าดูเด็กลง การฉีดฟิลเลอร์คางเพื่อเพิ่มความยาวคาง สร้างมิติให้ใบหน้าสมส่วน โดยการวิเคราะห์บริเวณที่ต้องแก้ไขด้วยการฉีดฟิลเลอร์ ต้องอาศัยประสบการณ์แพทย์ในการทำการรักษา ไม่ใช่ว่าร่องลึกตรงไหน ก็สามารถเติมร่องตรงนั้นให้เต็มแล้วดูสวย แต่การปรับรูปหน้าให้ดูเป็นธรรมชาตินั้นจะเป็นการเติมเต็มเพื่อแก้ไขสาเหตุ การแก้ไขต้องถูกต้องตรงจุดเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ฉีด รุ่นยาที่เลือกใช้ให้เหมาะสม นี่จึงเป็นที่มาว่า ทำไมเวลาเราเห็นหน้าคนที่ฉีดฟิลเลอร์บางคนมาแล้ว รู้สึกปลอม ดูไม่เป็นธรรมชาติ เมื่อเปรียบเทียบกับคนไข้กลุ่มที่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องตรงจุด จะไม่ดูขัดธรรมชาติ

การฉีดฟิลเลอร์เหมาะสมกับใคร

จากประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์ของหมอ หมอจะขอแบ่งเป็นช่วงอายุ และความต้องการของคนไข้นะคะ
1.กลุ่มอายุน้อย(20-40ปี)ที่ใบหน้าดูแก่กว่าวัย โดยคนไข้ในกลุ่มนี้ ปัญหามักเกิดจากการที่ทำงานหนักไม่มีเวลาดูแลตัวเองทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยเมื่อเทียบกับ เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน โดยปัญหาที่พบส่วนมากจะเป็นปัญหาใต้ตาคล้ำลึก ดูไม่สดชื่น การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะสามารถช่วยแก้ปัญหาคนไข้ในกลุ่มนี้ได้
2.กลุ่มอายุน้อยที่อยากสวยขึ้น (20-40ปี) เป็นกลุ่มที่มีความบกพร่องบนใบหน้าที่สามารถแก้ไขด้วยฟิลเลอร์ได้ เช่น คางที่สั้นเกินไปดูไม่สมส่วน จมูกที่ดูไม่โด่ง ปากที่ดูไม่อวบอิ่ม หรือจะเป็นขมับที่ดูตอบ หน้าผากไม่นูน โดยความสำคัญในกลุ่มนี้คือ ต้องแก้ไขส่วนที่ช่วยให้ดูสวยที่สุดก่อน จึงจะตรงจุดที่สุด เพราะการฉีดฟิลเลอร์ถ้าแก้ไขไม่ตรงจุด นอกจากจะเป็นการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ ความสวยที่ได้รับกลับมาอาจน้อยกว่าที่เราคาดหวัง ทำให้เสียความรู้สึกในภายหลังได้
3.กลุ่มอายุมาก(40-60ปีขึ้นไป) กลุ่มนี้จะเน้นเรื่องการแก้ไขรูปหน้าให้ดูเด็กลง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเข้าสังคม โดยปัญหาที่พบมากในกลุ่มนี้จะเป็นปัญหาเรื่องใต้ตาที่ลึกมากขึ้น แก้มที่ย้อยลงตามอายุ ขมับที่ตอบมากขึ้น โดยการฉีดฟิลเลอร์ เหมาะกับคนไข้ในกลุ่มนี้เนื่องจาก ไม่ต้องพักฟื้น ผลข้างเคียงหลังการรักษาน้อย หลังทำการรักษาใบหน้ายังคงความเป็นธรรมชาติได้ แต่ผู้ป่วยในกลุ่มนี้จะใช้ปริมาณฟิลเลอร์ในการแก้ไขค่อนข้างเยอะ การบริหารจัดการ และเรียงลำดับขั้นในการฉีดฟิลเลอร์ของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากถ้าบริหารจัดการฟิลเลอร์ได้ไม่ดี จะทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นธรรมชาติ อีกทั้งค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างบานปลาย

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

1. ฟิลเลอร์จัดเป็นสารเติมเต็ม ชนิดเดียวกันกับสารที่ร่างกายของเรามีอยู่แล้วตามธรรมชาติ ทำให้สามารถย่อยสลายเองได้ โอกาสเกิดอาการแพ้ต่ำ ไม่เกิดการไหลหรือการเคลื่อนที่ของยาเมื่อเวลาผ่านไป
2. การฉีดฟิลเลอร์สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนหลังทำการรักษา
3. การฉีดฟิลเลอร์ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น หลังทำการฉีดฟิลเลอร์ คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

4. หากเกิดปัญหาจาการฉีดฟิลเลอร์ สามารถฉีดสลายออกได้ในทันที สำหรับฟิลเลอร์แท้เมื่อฉีดสลายด้วยเอนไซม์ไฮยารูรอนิเดสจะเกิดการเปลี่ยนแปลงยุบลงทันที5. การฉีดฟิลเลอร์จัดเป็นหัตถการเล็ก ไม่ต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนทำการรักษา
6. เมื่อเปรียบเทียบกับการทำศัลยกรรมอื่นๆ การฉีดฟิลเลอร์เจ็บน้อยกว่า
7. ฟิลเลอร์มีหลากหลายขนาดโมเลกุลยา ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดในการักษาได้ดี
8. หลังฉีดฟิลเลอร์ไม่ต้องอาศัยการดูแลตนเองมากเป็นพิเศษ

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

1. การฉีดฟิลเลอร์บางตำแหน่ง ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการรักษาสูงมาก เช่น บริเวณใต้ตา หน้าผาก จมูก หากมีปัญหาต้องเสียเงินแก้ไขซ้ำซ้อนและหากร้ายแรงก็อาจเกิดการสูญเสียอวียวะได้
2. สามารถมีอาการบวม ช้ำ ได้เล็กน้อย หลังทำการรักษา โดยอาการเหล่านี้ ไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็จะเข้าที่เป็นปกติ
3. พบอันตรายจากการอุดตันเส้นเลือดได้ โดยการฉีดฟิลเลอร์มีโอกาสที่โมเลกุลของฟิลเลอร์จะเข้าไปอุดตันเส้นเลือด ทำให้เกิดการตายของผิวหนังบริเวณใบหน้าที่เส้นเลือดไปเลี้ยง

บางเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตาสามารถทำให้ตาบอดได้ โดยวิธีการลดความเสี่ยงคือ การฉีดกับแพทย์ที่เชื่อถือได้ มีความรู้เรื่องของกายวิภาคเส้นเลือดบริเวณใบหน้า และการเลือกใช้เทคนิคเข็มปลายทู่ที่ลดโอกาส ในการฉีดฟิลเลอร์เข้าสู่เส้นเลือด รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากฉีดฟิลเลอร์ได้เป็นอย่างดี
4. ค่าใช้จ่ายของการฉีดฟิลเลอร์ สำหรับการแก้ไขปัญหาที่มาก หลายจุดจะสูง
5. ในกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์ปลอม (ที่ไม่ใช่ HA filler) หากมีผลเสียตามมา เช่น อาการอักเสบบวมแดง ต้องทำการรักษาโดยการขูดออกเท่านั้น ซึ่งอาจจะขูดออกไม่ได้ทุกตำแหน่ง

ฟิลเลอร์ปัจจุบันมียี่ห้ออะไรบ้าง

ปัจจุบันฟิลเลอร์มีหลากหลายยี่ห้อที่อนุมัติโดย องค์การอาหารและยา แต่ในไทยที่อนุมัติจะมีทั้งหมด 6 ยี่ห้อด้วยกัน

ฟิลเลอร์ยอดฮิต

1. Juvederm ฟิลเลอร์นำเข้า แบรนด์อเมริกา สำหรับจูวิเดิร์มนี้บอกเลยว่าการันตีคุณภาพมายาวนาน เนื่องจากมีการตีพิมพ์งานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องของความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ ซึ่งไฮยารูลอนิกแอซิดฟิลเลอร์ ของจูวีเดิร์มนั้น ก็มีหลากหลายขนาดยา หลากหลายรุ่นให้เลือกใช้ ตามความเหมาะสมของแต่ละส่วนที่ต้องการการรักษา

ฟิลเลอร์คลิกนิกไหนดี

2. Restylane ฟิลเลอร์จากสวีเดน จัดเป็นฟิลเลอร์อีกแบรนด์ ที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก เนื่องจากได้รับการันตีจาก องค์การอาหารและยา FDA อเมริกา และ CE MARKS จากยุโรป ถึงประสิทธภาพและความปลอดภัย

ฟิลเลอร์ปาก

3. Belotero filler หรือ colorful filler ฟิลเลอร์จากสวิสเซอร์แลนด์ ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะราคาไม่แพงเท่ากับสองแบรนด์ด้านบน คนไข้สามารถจับต้องได้ ในการรักษาหลายตำแหน่ง

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี

4. Perfectha filler new generation จากประเทศฝรั่งเศส ผ่านการตรวจรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ไทย และต่างประเทศเช่นกัน

ฟิลเลอร์ที่ไหนดีสุด

5. Neuramis filler จากประเทศเกาหลี ราคาประหยัด ซึ่งตอนนี้ผ่านการรับรองในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง เนื่องจากเพิ่งนำเข้ามาได้เพียงแค่รุ่นเดียวเท่านั้น

ฟิลเลอร์เเบรนด์ไหนดี

6. Revanesse filler ฟิลเลอร์สัญชาติ แคนนาดา เทคโนโลยีการผลิต Thixofix technology ได้รับอย.ไทย มาระยะหนึ่งแล้ว ยังไม่เป็นที่นิยมในการใช้ฉีดรักษาในประเทศไทย

เลือกฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ สำหรับหมอยี่ห้อที่มีมานานนั้นจะไว้ใจได้มากกว่าฟิลเลอร์แบรนด์ที่เพิ่งมีมาไม่นาน เนื่องจากมีงานวิจัยรองรับถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่มากกว่า มีการพัฒนายาอยู่ตลอดเวลา ทั่วโลกใช้กันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากยิ่งมีการใช้ยามาก เราก็จะทราบถึงข้อด้อยของตัวยา และทำการแก้ไขได้ถูกต้อง หรือทำให้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้าเป็นฟิลเลอร์ใหม่มากๆ การใช้อยู่ในวงแคบ ข้อเสียที่ซ่อนอยู่ก็อาจจะยังไม่ทราบ

ฟิลเลอร์ยอดฮิต

ดังนั้นหมอจึงนิยมใช้ฟิลเลอร์ในกลุ่ม Juvederm ของอเมริกาและ Restylane ของสวีเดน เนื่องจาก มีการใช้มาหลายปีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถ้าเกิดปัญหา ระยะสั้นหรือระยะยาว จะมีการรายงานปัญหา และนอกจากนี้ยังมีการนำฟิลเลอร์ไปทำวิจัยและทดลองในห้องปฏิบัติการมาตลอด ทำให้ทั้ง 2 แบรนด์นี้ค่อนข้างเป็นที่ไว้ใจของแพทย์ทั่วโลก และยังมีรุ่นหลากหลาย เหมาะกับการเลือกใช้ในแต่ละจุด ได้ความแม่นยำในการรักษาสูง

ฟิลเลอร์คลิกนิกไหนดี

ราคาฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ ขอแบ่งออก เป็น 3 ปัจจัย 1.ตัวยาฟิลเลอร์ หรือ แบรนด์ สำหรับ juvederm และ restylane ราคาต้นทุนของฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้จะสูงกว่าฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น เนื่องจาก เป็นแรนด์ที่มีมานาน ความปลอดภัยสูง มียาชาผสมอยู่ อีกทั้งได้รับการยอมรับจากทั่วโลก จึงทำให้ต้นทุนฟิลเลอร์ของ 2 ยี่ห้อนี้สูงที่สุด รองลงไปจะเป็น แบรนด์ Belotero filler,perfectha,neuramis
2. ฝีมือคุณหมอ หรือความเชี่ยวชาญในการรักษา คุณหมอที่ฉีดฟิลเลอรได้เก่งนั้น จะต้องประกอบไปด้วยความรู้เกี่ยวกับฟิลเลอร์ที่ดี สามารถเลือกใช้ฟิลเลอร์แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อให้เหมาะสมกับตำแหน่งมากที่สุด และยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับ โครงสร้างใบหน้า กล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเลือดที่ดี เพื่อป้องกันผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อทำให้ได้ผลลัพธ์ของการรักษาออกมาดีที่สุด

3. ประสบการณ์ที่สั่งสม ในการฉีดฟิลเลอร์ ที่ต้องกล่าวว่าประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ เพราะ ไม่ใช่แพทย์ทุกคนที่ทำการฉีดฟิลเลอร์มายาวนาน เนื่องจากฟิลเลอร์ HA เป็นสารที่ยังได้รับความนิยมในประเทศไทยมาไม่ได้นานมาก และ ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แพทย์ที่ดีจะคอยหมั่นอัพเดทความรู้ตลอดเวลา เพื่อให้การรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้ และการรักษาเป็นไปอย่างทัดเทียมนานาชาติ

นี่จัดเป็น 3 ปัจจัยที่ทำให้ราคาฟิลเลอร์ นั้นไม่เท่ากัน โดยราคา ฟิลเลอร์ส่วนมากถ้าเป็น แบรนด์ juvederm, restylane จะเริ่มต้นตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับฝีมือความรู้ของหมอและประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ นอกจากประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ที่นาน หมอที่ทำการฉีดต้องอัพเดทความรู้ตลอด ให้ทันวิธีการใช้ฟิลเลอร์ของทั่วโลก หรือถ้ามีสิ่งที่ดีกว่าเกิดขึ้นมาใหม่ก็ต้องพร้อมเปลี่ยนแปลงให้กับคนไข้

ยี่ห้อฟิลเลอร์

อยากเริ่มฉีดฟิลเลอร์ ควรเริ่มต้นยังไง

1.ทำการประเมินใบหน้าด้วยต้นเองว่ากังวล บริเวณไหน ต้องการแก้ไขในลักษณะใด
2.หาข้อมูล เกี่ยวกับปัญหาที่ใกล้เคียงกับตนเอง และผลลัพธ์หลังการรักษาที่เกิดขึ้น
3.ทำการหาข้อมูลแพทย์ที่เชื่อถือได้ โดยพิจารณาจากข้อมูลหลายๆด้าน เนื่องจาก ปัจจุบัน มีการแข่งขันด้าน การตลาดในคลินิกความงามค่อนข้างสูง ไม่ควรหลงคำโฆษณาชวนเชื่อ หรือเห็นแก่ราคาที่ถูกเกินไป
4.เข้าปรึกษากับแพทย์ที่ไว้วางใจ คุยแนวทางการรักษา รวมถึงผลที่คาดว่าจะได้รับ
5.ตรวจดูฟิลเลอร์ที่ใช้ในการรักษาทุกครั้ง ว่าเป็นฟิลเลอร์แท้หรือไม่

ข้อเปรียบเทียบการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันตนเอง

1. การฉีดฟิลเลอร์ไม่ต้องพักฟื้นนาน
2. การฉีดฟิลเลอร์เจ็บน้อยกว่า การฉีดไขมัน
3. สามารถเลือกแก้ไขเฉพาะจุดได้ ความแม่นยำสูงกว่า
4. การฉีดฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์ โดยเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆแบบเป็นธรรมชาติ
5. การฉีดฟิลเลอร์ไม่ต้องดูแลรักษาตนเอง หรือ มีข้อจำกัดหลังการรักษาเทียบกับการฉีดไขมัน
6. ค่าใช้จ่ายสูงกว่า เมื่อต้องทดแทนในปริมาตรที่เยอะ

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ ไม่ใช่เรื่องอันตรายอย่างที่หลายๆคนอาจจะเคยเห็นในข่าวกัน โดยมากอันตรายที่เกิดขึ้นมักเกิดจากการที่ได้รับฟิลเลอร์ปลอม หรือ การฉีดนั้นไม่ได้ทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญ หนักกว่านั้นบางครั้งอาจไม่ได้ทำการรักษาโดยแพทย์ จึงเกิดปัญหาจากการฉีดฟิลเลอร์ตามมาอย่างในสื่อ แต่การฉีดฟิลเลอร์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัย 100% ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นถ้าคิดจะรับการรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์แล้วนั้น ก็ควรเลือกแพทย์ที่ดี เชี่ยวชาญ สถานประกอบพยาบาลที่ถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *